
เลข ๗ ตัวเชียงแสน เช็ควาสนาตัวเองได้จากวันเดือนปีเกิด
เลข ๗ ตัวเชียงแสน
เลข 7 ตัว
เช็ควาสนา
โหราศาสตร์ไทย
เลข ๗ ตัวเชียงแสน วิชาโหราศาสตร์ไทยที่เคยหายไป สอนตั้งดวง 4 ฐานและเช็ควาสนาจากอัตตะ-ตะนุ ทำตามได้เองทีละขั้น พร้อมตัวอย่างอ่านดวงจริง อ่านเลย
ทำความรู้จักเลข ๗ ตัวเชียงแสน ตัวเลขแค่ 7 ตัวที่ทายได้ถึง 21 เรื่องในชีวิต
เลข ๗ ตัวเชียงแสนคืออะไร ต่างจากเลข ๗ ตัวสายอื่นตรงไหน
เลข ๗ ตัวเชียงแสนคือวิชาพยากรณ์ในตระกูลเลข ๗ ตัวของโหราศาสตร์ไทย ที่นำวัน เดือน ปีเกิดมาจัดเป็นตารางตัวเลข 1 ถึง 7 หลายแถว แล้วอ่านความหมายจากตำแหน่งที่ตัวเลขไปตก ชื่อวิชาบอกอยู่แล้วว่าใช้เลขเพียง 7 ตัว ซึ่งแทนดาว 7 ดวงตามวันในสัปดาห์ แต่ละแถวต้องมีเลขครบทั้ง 7 ตัวโดยไม่ซ้ำกัน
สิ่งที่ทำให้สายเชียงแสนแปลกกว่าเพื่อนคือวิธีคำนวณฐานที่ 4 และฐานที่ 5 ที่ต่างจากเลข ๗ ตัว ๙ ฐานหรือกาลโยคพม่าแทบสิ้นเชิง ระบบนี้ใช้ 5 ฐานกับหลังคาดวง และไม่ยืมกาลโยคหรือทักษามาช่วย อาจารย์เซินเรียกว่าเป็นวิชาที่พิสดาร แหวกแนว แต่คำพยากรณ์ตรงไปตรงมา
สายวิชาที่เคยหายไป แล้วถูกนำกลับมา
ตามประวัติสายวิชาที่ Horo Academy ได้รับถ่ายทอดมา ผู้นำวิชานี้กลับมาเผยแพร่คืออาจารย์เศก ดุสิต หรือคุณเริงชัย ประภาษานนท์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2562 เจ้าของนวนิยายชุดอินทรีแดงที่คนไทยรู้จักกันดี ท่านหยุดเขียนนวนิยายตั้งแต่ พ.ศ. 2532 แล้วหันมาศึกษาโหราศาสตร์อย่างจริงจัง และถึงแก่กรรมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 สิริอายุ 94 ปี
อาจารย์เซินศึกษาวิชานี้จากอาจารย์เชิดศักดิ์ รัศมีเทศ ศิษย์สายตรงของอาจารย์เศก ดุสิต ส่วนตำราที่เขียนเรื่องนี้โดยตรงแทบจะมีเล่มเดียว คือ ตำราเลข ๗ ตัวแบบเชียงแสน ของอาจารย์เชย บัวก้านทอง ซึ่งอาจารย์เซินเล่าว่าเกิดจากบทความที่ท่านเขียนลงหนังสือพิมพ์แล้วรวมเป็นเล่ม นอกนั้นเป็นการสอนต่อกันแบบปากต่อปาก วิชานี้จึงหาคนสอนยาก
ก่อนตั้งดวง ต้องแปลงวันเกิดสากลเป็นปฏิทินไทย
วันเกิดที่อยู่ในบัตรประชาชน เช่น 5 ธันวาคม หรือ 13 กุมภาพันธ์ เป็นปฏิทินสากล แต่เลข ๗ ตัวคิดค้นขึ้นในยุคที่คนไทยนับวันแบบ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา วันอังคาร เราจึงต้องแปลงวันเกิดเป็นปฏิทินไทยก่อนเสมอ สมัยก่อนต้องเปิดหนังสือปฏิทิน 100 ปีเทียบ สามารถใช้ผูกดวงไทยของ Horo Academy ได้ฟรี กรอกวันและเวลาเกิด ระบบจะบอกวัน ข้างขึ้นข้างแรม เดือนไทย และปีนักษัตรให้ทันที
2 จุดที่คนพลาดบ่อยตอนแปลงวันเกิด
- วันไทยเริ่ม 06.00 น. ไม่ใช่เที่ยงคืน ใครเกิดตีสี่วันจันทร์ ในทางโหราศาสตร์ไทยยังนับเป็นวันอาทิตย์ เวลาเกิดจึงสำคัญสำหรับคนที่เกิดช่วงก่อนรุ่งเช้า
- ปีไทยเปลี่ยนที่ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตกราวช่วงสงกรานต์ ส่วนปีจีนเปลี่ยนราวตรุษจีนหรือลิบชุน คนที่เกิดช่วงมกราคมถึงต้นเมษายนจึงอาจเป็นปีมะโรงในดวงจีน แต่ยังเป็นปีเถาะในดวงไทย
แล้วจะเชื่อปีไหนดี คำตอบของอาจารย์เซินคือ พยากรณ์ด้วยศาสตร์ไหน ให้ใช้ปีตามหลักของศาสตร์นั้น เพราะแต่ละศาสตร์สร้างความหมายบนปฏิทินของตัวเอง การเอาปีจีนมาใส่เลข ๗ ตัวก็เหมือนเอาไม้บรรทัดหน่วยนิ้วไปอ่านเป็นเซนติเมตร
จากนั้นแปลงวันเป็นตัวเลข อาทิตย์คือ 1 จันทร์ 2 อังคาร 3 พุธ 4 พฤหัสบดี 5 ศุกร์ 6 และเสาร์ 7 เพราะคนไทยนับอาทิตย์เป็นวันแรกของสัปดาห์ ดวงตัวอย่างในบทความนี้คือ เกิดวันอาทิตย์ แรม 14 ค่ำ เดือน 3 ปีเถาะ
ตั้งดวง 3 ฐาน วัน เดือน ปี ทีละขั้น
ขั้นนี้เป็นมาตรฐานของเลข ๗ ตัวทุกสาย ไม่ว่า 5 ฐาน 9 ฐาน หรือ 13 ฐาน หลักการมีข้อเดียว คือใส่เลขตั้งต้นในช่องแรก แล้วนับต่อไปทางขวาจนครบ 7 ช่อง ถ้าเกิน 7 ให้วนกลับไปที่ 1
ขั้นที่ 1: ฐานวัน
ใส่เลขวันเกิดในช่องแรก เกิดวันอาทิตย์ใส่ 1 แล้วไล่ 1 2 3 4 5 6 7 ใครเกิดวันพฤหัสบดีก็เริ่มที่ 5 แล้วไล่ 5 6 7 1 2 3 4
ขั้นที่ 2: ฐานเดือน
ใส่เลขเดือนไทยที่เกิดในช่องแรก ถ้าเกิดเดือน 8 ถึง 12 ซึ่งเกิน 7 ให้ลบ 7 ออกก่อน เดือน 8 จึงใช้ 1 เดือน 9 ใช้ 2 เดือน 10 ใช้ 3 เดือน 11 ใช้ 4 และเดือน 12 ใช้ 5 ดวงตัวอย่างเกิดเดือน 3 จึงเริ่มที่ 3 แล้วไล่ 3 4 5 6 7 1 2
ขั้นที่ 3: ฐานปี
ใช้ลำดับปีนักษัตรไทย ชวด 1 ฉลู 2 ขาล 3 เถาะ 4 มะโรง 5 มะเส็ง 6 มะเมีย 7 ส่วนปีที่ลำดับเกิน 7 ให้ลบ 7 เช่นกัน มะแมจึงเป็น 1 วอก 2 ระกา 3 จอ 4 และกุน 5 ดวงตัวอย่างเกิดปีเถาะ จึงเริ่มที่ 4 แล้วไล่ 4 5 6 7 1 2 3
| ฐาน | หลัก 1 | หลัก 2 | หลัก 3 | หลัก 4 | หลัก 5 | หลัก 6 | หลัก 7 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ฐานวัน (อาทิตย์) | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| ฐานเดือน (เดือน 3) | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 1 | 2 |
| ฐานปี (เถาะ) | 4 | 5 | 6 | 7 | 1 | 2 | 3 |
ดวงตัวอย่าง เกิดวันอาทิตย์ แรม 14 ค่ำ เดือน 3 ปีเถาะ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นเชียงแสนเลย ความต่างจะเริ่มในขั้นถัดไป
ตารางนี้คือสิ่งที่หมอดูสมัยก่อนขีดบนกระดานชนวน ดูเหมือนรหัสลับ แต่จริงๆ คือการนับเลขวนธรรมดา ใครอยากตรวจคำตอบ สามารถใช้ผูกดวงเลข ๗ ตัวเชียงแสนเทียบได้
ฐานที่ 4 แบบเชียงแสน บวก คูณ 4 หาร 7 เอาเศษ
เลข ๗ ตัวสายอื่นส่วนใหญ่หาฐานที่ 4 ด้วยการบวกเลขในแต่ละหลักของ 3 ฐานแล้วใช้ผลรวมนั้นเลย แต่เลข ๗ ตัวเชียงแสนเอาผลรวมนั้นไปคำนวณต่ออีก 2 ขั้น วิธีทำมีดังนี้
- บวก เลขในหลักเดียวกันของฐานวัน ฐานเดือน และฐานปี เช่น หลัก 1 ของดวงตัวอย่างคือ 1 + 3 + 4 = 8
- คูณ 4 ผลรวมที่ได้ 8 × 4 = 32
- หาร 7 เอาเศษ 32 ÷ 7 ได้ 4 เศษ 4 จึงใส่ 4 ในหลัก 1 ของฐานที่ 4 ถ้าหารลงตัวหรือเศษ 0 ให้ใช้เลข 7 แทน
| ขั้นตอน | หลัก 1 | หลัก 2 | หลัก 3 | หลัก 4 | หลัก 5 | หลัก 6 | หลัก 7 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผลรวม 3 ฐาน | 8 | 11 | 14 | 17 | 13 | 9 | 12 |
| คูณ 4 | 32 | 44 | 56 | 68 | 52 | 36 | 48 |
| ฐานที่ 4 (เศษจากหาร 7) | 4 | 2 | 7 | 5 | 3 | 1 | 6 |
หลัก 3 ได้ 56 ซึ่งหาร 7 ลงตัว เศษ 0 จึงใช้เลข 7
วิธีตรวจคำตอบคือ ฐานที่ 4 ต้องมีเลข 1 ถึง 7 ครบและไม่ซ้ำกัน ดวงตัวอย่างได้ 4 2 7 5 3 1 6 ครบพอดี ถ้าขาดเลขไหนแปลว่ามีหลักที่คิดผิด อาจารย์เซินยังให้ข้อสังเกตว่า ใครที่หลักแรกของฐานที่ 4 เป็นเลขเดียวกัน ลำดับที่เหลือจะเรียงเหมือนกันทุกคน สาเหตุไม่ใช่เรื่องลึกลับ แต่เพราะแต่ละแถวนับเพิ่มทีละ 1 สม่ำเสมอ ผลหลังคูณและหารจึงเดินเป็นจังหวะคงที่ ในคอร์สมีวิธีลัดที่อาศัยยามอัฐกาล ได้คำตอบเดียวกันแต่เร็วกว่ามาก
ในระบบเต็มของเชียงแสนยังมีฐานที่ 5 ที่คิดพิสดารกว่านี้ และมีหลังคาดวงอยู่ด้านบนสุด แต่สำหรับการเช็ควาสนาเบื้องต้น ฐานที่ 1 ถึง 4 ก็เพียงพอแล้ว
เช็ควาสนา 2 จุด อัตตะกับตะนุตกช่องไหน
แต่ละช่องของฐานวัน ฐานเดือน และฐานปีมีชื่อเรียกว่าภพ รวม 21 ภพ ใช้บอกว่ากำลังทายเรื่องอะไร ส่วนฐานที่ 4 บอกสภาพว่าเรื่องนั้นดีหรือไม่ดี การเช็ควาสนาเบื้องต้นจึงใช้แค่ 2 ขั้น
- ดูอัตตะ คือเลขในช่องแรกของฐานวัน แล้วตามไปดูว่าเลขเดียวกันนั้นอยู่ในช่องไหนของฐานที่ 4
- ดูตะนุ (บางตำราเขียนว่า ตนุ) คือเลขในช่องแรกของฐานเดือน แล้วตามไปดูแบบเดียวกัน
ที่เลือกสองช่องนี้เพราะทั้งคู่แปลว่าตัวตน อัตตะคือคำเดียวกับอาตมา ส่วนตะนุถ้าตัดสระออกก็คือคำว่าตน จึงใช้ทายวาสนาของเจ้าชะตาโดยตรง เหมือนส่องกระจกสองบานที่เห็นตัวเราคนละมุม
ความหมาย 7 ช่องของฐานที่ 4
ช่องทั้ง 7 ในฐานที่ 4 มีชื่อประจำตำแหน่งตายตัว เรียงจากหลัก 1 ถึงหลัก 7 ดังนี้ (การให้ค่าดีร้ายอาจต่างกันเล็กน้อยตามตำรา ตารางนี้ยึดตามที่อาจารย์เซินใช้)
| หลัก | ชื่อช่อง | ความหมาย | โทน |
|---|---|---|---|
| 1 | อาตมะ | ตัวเอง ความมั่นคง พึ่งตนเอง สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยลำแข้ง | กลาง |
| 2 | ทาสา | ความเหน็ดเหนื่อย ความขยัน กล้าเหนื่อย ไม่กลัวลำบาก | กลาง |
| 3 | สิทธิโชค | มีโชค ทำอะไรราบรื่น มีคนช่วย ได้มาง่าย | ดี |
| 4 | โภคสมบัติ | ทรัพย์สมบัติ ของมีค่า ความสุขสบาย | ดี |
| 5 | มหาโจร | การแย่งชิง แข่งขัน ดิ้นรน ถูกโกงหรือเสียของ | ร้าย |
| 6 | มหาอุบาทว์ | ความตกต่ำ เหตุขัดข้อง ต้องฝ่าอุปสรรคมากกว่าคนอื่น | ร้าย |
| 7 | มหาอุปถัมภ์ | มีผู้อุปถัมภ์ ค้ำจุน ช่วยเหลือ | ดี |
อ่านผลรวม 2 จุดแบบง่าย
- ดีทั้งคู่ วาสนาดีกว่าคนทั่วไป ทำอะไรมีแรงส่ง
- ดีหนึ่ง ร้ายหนึ่ง บางเรื่องในชีวิตง่าย บางเรื่องต้องสู้
- กลางกับดี กลางค่อนไปทางดี
- กลางกับร้าย กลางค่อนไปทางยาก
- กลางทั้งคู่ วาสนาปานกลาง ได้ตามแรงที่ลงไป
- ร้ายทั้งคู่ ชีวิตมีอุปสรรคมาก ต้องแข่งขันตลอด แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่รวย
กรณีศึกษา: เจ้าของร้านขายส่งเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ
สมมติดวงตัวอย่างข้างบนเป็นของพี่ต้น เจ้าของร้านขายส่งเสื้อผ้าในประตูน้ำ อัตตะของพี่ต้นคือเลข 1 ซึ่งไปตกหลัก 6 ของฐานที่ 4 คือมหาอุบาทว์ ส่วนตะนุคือเลข 3 ไปตกหลัก 5 คือมหาโจร ได้ร้ายทั้งคู่ อ่านตรงตัวคือชีวิตเริ่มต้นด้วยความเหนื่อย ต้องสู้เองและแข่งขันตลอด เมื่ออ่าน 3 ฐานร่วมกัน อาจารย์เซินยังเห็นแนวโน้มเรื่องหนี้สินและการถูกโกง
ถ้ามองแบบงมงาย พี่ต้นคงหมดกำลังใจ แต่ถ้ามองแบบใช้ข้อมูล ดวงนี้บอกว่าพี่ต้นอยู่ในสนามที่เหมาะแล้ว เพราะตลาดขายส่งคือสนามแข่งราคาทุกวัน สิ่งที่ควรทำคือปิดจุดอ่อน เช่น ไม่ปล่อยเครดิตลูกค้าใหม่นานเกินไป ทำบัญชีรับจ่ายทุกวัน และไม่กู้นอกระบบมาหมุน ดวงไม่ได้เปลี่ยน แต่ความเสียหายลดลงได้จริง
ทำไมชื่อช่องถึงทายได้ ไม่ใช่การมั่ว
ความหมายดีร้ายมาจากชื่อตำแหน่งในตำรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำบาลีสันสกฤตที่แปลตรงตัวได้ ทาสา มาจากทาส จึงหมายถึงความเหนื่อย โภคสมบัติ คือทรัพย์สมบัติ ส่วนมหาโจรไม่ได้แปลว่าจะเป็นโจร แต่หมายถึงการถูกแย่งและต้องแย่ง การคำนวณทั้งหมดเป็นเลขคณิตที่ใครคิดก็ได้ตารางเดียวกัน ศาสตร์นี้จึงไม่ใช่เวทมนตร์ที่บันดาลให้ชีวิตดีหรือร้าย แต่เป็นระบบสัญลักษณ์ที่ช่วยให้เราตั้งคำถามกับชีวิตได้เป็นระบบ อาจารย์เซินเองก็มองว่าการทายวาสนาเป็นเรื่องกำลังใจมากกว่าการวางแผนชีวิต สิ่งที่มีค่ากว่าคือการรู้ว่าจุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน
เลข ๗ ตัวเชียงแสน vs เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน ต่างกันอย่างไร
คนที่เคยเรียนเลข ๗ ตัว ๙ ฐานมักถามว่าสองสายใช้แทนกันได้ไหม ตารางนี้สรุปความต่างหลักๆ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เลข ๗ ตัวเชียงแสน | เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน |
|---|---|---|
| จำนวนฐาน | 5 ฐาน และมีหลังคาดวงอยู่ด้านบน | 9 ฐาน |
| การตั้ง 3 ฐานแรก | ฐานวัน ฐานเดือน ฐานปี ตั้งแบบมาตรฐาน | ตั้งแบบเดียวกัน |
| วิธีหาฐานที่ 4 | ผลรวม 3 ฐาน คูณ 4 หาร 7 เอาเศษ | ใช้ผลบวกของแต่ละหลักเป็นหลัก |
| ชื่อช่องในฐานที่ 4 | อาตมะ ทาสา สิทธิโชค โภคสมบัติ มหาโจร มหาอุบาทว์ มหาอุปถัมภ์ | มีชื่อช่องคล้ายกันบางตัว แต่ได้ตัวเลขจากการคำนวณคนละแบบ |
| ฐานที่ 5 | คำนวณพิสดาร และเรียงภพย้อนจากหลัก 7 มาหลัก 1 | เรียงตามแบบแผนของสาย |
| ใช้ศาสตร์อื่นร่วม | ไม่ใช้กาลโยคหรือทักษาร่วมพยากรณ์ | มักใช้ร่วมกับทักษาหรือกาลโยค แล้วแต่สำนัก |
| สไตล์การอ่าน | ตรงตัว อ่านจากชื่อภพและชื่อช่องได้ชัด | อ่านความสัมพันธ์หลายฐานซ้อนกัน |
| ตำราและผู้สอน | หายาก ตำราหลักแทบมีเล่มเดียว ส่วนใหญ่สอนต่อแบบปากต่อปาก | มีตำราและผู้สอนแพร่หลายกว่า |
เปรียบเทียบ: เลข ๗ ตัวเชียงแสน VS เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน
สาระสำคัญคือ ทั้งสองสายใช้ฐานรากเดียวกัน แต่แยกทางกันตั้งแต่ฐานที่ 4 แม้ชื่อช่องบางตัวจะซ้ำกัน แต่ตัวเลขที่ไปตกไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเอาความหมายข้ามสายมาปนกัน ตั้งดวงด้วยเชียงแสน ก็ต้องอ่านด้วยหลักเชียงแสนตั้งแต่ต้นจนจบ
ได้ผลวาสนาแล้ว เอาไปใช้วางแผนชีวิตอย่างไร
ผลวาสนามีประโยชน์เมื่อแปลงเป็นการตัดสินใจได้ นี่คือ 3 วิธีใช้ข้อมูลจากเลข ๗ ตัวเชียงแสนอย่างมีเหตุผล
1. ดูเรื่องเงินต่อจากช่องกดุมภะ
ภพที่นิยมใช้ดูความสามารถในการหาเงินคือกดุมภะ (บางตำราเขียนว่า กดุมพะ) อยู่หลัก 2 ของฐานเดือน ดวงตัวอย่างมีเลข 4 ในช่องนี้ ซึ่งไปตกช่องอาตมะในฐานที่ 4 แปลว่าหาเงินได้ปานกลางและต้องลงมือเอง ไม่เหมาะกับการฝากคนอื่นทำแทน ส่วนใครที่กดุมภะตกมหาโจร มักต้องแข่ง ต้องแย่ง หรือเปลี่ยนงานถึงจะรวยขึ้น
2. เลือกสนามที่เข้ากับจุดที่ดวงตก
ความหมายร้ายไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้ ตำรามีวิธีแก้เคล็ดที่มีเหตุผล คนที่อัตตะหรือตะนุตกมหาโจร นิยมให้ทำอาชีพที่ต้องแข่งขันอยู่แล้ว เช่น ทหาร ตำรวจ ทนาย นักการตลาด หรืองานประมูล ส่วนคนที่ตกมหาอุบาทว์ เหมาะกับงานซ่อม แก้ รักษา หรือฟื้นฟูของที่กำลังจะเสีย
3. ใช้เป็นกระจก ไม่ใช่คำตัดสิน
อาจารย์เซินสังเกตจากการอ่านดวงหลายศาสตร์ทั้งไทย พม่า และจีนว่า คนวาสนาดีมักออกมาดีแทบทุกการพยากรณ์ แต่คนที่วาสนายากไม่ได้แปลว่าจะจน แค่ต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น การรู้ล่วงหน้าทำให้เราเผื่อแรงและเลือกเกมที่ได้เปรียบ อีกข้อที่ควรจำคือ การดูอัตตะกับตะนุเป็นแค่ขั้นแรก การพยากรณ์จริงต้องดูทั้ง 21 ภพ ดาวศุภเคราะห์หรือบาปเคราะห์ ฐานที่ 5 หลังคาดวง และดวงจรประกอบกัน
ส่วนใครเห็นช่องแรกของฐานปีชื่อว่ามรณะแล้วตกใจ ไม่ต้องกังวล ทุกคนมีช่องนี้เหมือนกันหมด ความหมายคือการเปลี่ยนแปลง การสูญเสีย และพื้นฐานชีวิต ใช้ดูว่าเรารับมือกับการสูญเสียอย่างไร ไม่ได้ทายว่าจะตายเมื่อไร ถ้าอยากรู้ความหมายของตัวเลขในมุมอื่นเพิ่ม อ่านต่อได้ที่ความหมายของตัวเลข 0–9 ตามหลักโหราศาสตร์ไทย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลข ๗ ตัวเชียงแสน
เลข ๗ ตัวเชียงแสนคือวิชาพยากรณ์สายหนึ่งของเลข ๗ ตัวในโหราศาสตร์ไทย ที่ตั้งดวงจากวัน เดือน ปีเกิด เป็นตาราง 5 ฐานกับหลังคาดวง จุดเด่นคือวิธีคำนวณฐานที่ 4 และฐานที่ 5 ที่ต่างจากสายอื่น และไม่ใช้กาลโยคหรือทักษาร่วมพยากรณ์
ทั้งสองสายตั้ง 3 ฐานแรกเหมือนกัน แต่แยกทางกันตั้งแต่ฐานที่ 4 เชียงแสนนำผลรวม 3 ฐานไปคูณ 4 แล้วหาร 7 เอาเศษ ขณะที่สายอื่นมักใช้ผลบวกตรงๆ นอกจากนี้เชียงแสนใช้ 5 ฐานกับหลังคาดวง ส่วนอีกสายใช้ 9 ฐาน
ดูได้ เพราะวิชานี้ตั้งดวงจากวัน เดือน ปีเกิดเป็นหลัก แต่ถ้าคุณเกิดก่อน 06.00 น. วันเกิดทางโหราศาสตร์ไทยจะเป็นวันก่อนหน้า ดวงจึงอาจคลาดได้ ถ้าพอรู้ช่วงเวลาเกิดคร่าวๆ ควรใส่ไว้ด้วยจะแม่นยำกว่า
ดูเลขในช่องอัตตะ (ช่องแรกของฐานวัน) และช่องตะนุ (ช่องแรกของฐานเดือน) แล้วตามไปดูว่าเลขนั้นตกช่องใดในฐานที่ 4 ถ้าตกสิทธิโชค โภคสมบัติ หรือมหาอุปถัมภ์ถือว่าดี ถ้าตกมหาโจรหรือมหาอุบาทว์ถือว่ามีอุปสรรคมาก
ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะแย่ แค่หมายถึงต้องเริ่มต้นด้วยความเหนื่อยและฝ่าอุปสรรคมากกว่าคนอื่น คนที่ตกช่องนี้ยังร่ำรวยได้ ตำรามักแนะนำงานซ่อม แก้ รักษา หรือฟื้นฟู และต้องอ่านปัจจัยอื่นในดวงประกอบก่อนสรุป
เรียนได้แม้ไม่มีพื้นฐาน แต่ตำราที่อธิบายสายนี้โดยตรงหาได้ยากมาก จึงควรเรียนกับผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมา คอร์สเลข ๗ ตัวเชียงแสนของ Horo Academy มี 10 บทเรียน ยาวราว 25 ชั่วโมง เรียนออนไลน์ได้ตั้งแต่ตั้งดวงไปจนถึงดวงจรและการดูสมพงศ์
สรุปแล้ว เลข ๗ ตัวเชียงแสนเป็นเครื่องมือเช็ควาสนาที่ทำได้ด้วยตัวเองจากแค่วัน เดือน ปีเกิด เริ่มจากแปลงวันเกิดเป็นปฏิทินไทย ตั้งฐานวัน ฐานเดือน ฐานปี คำนวณฐานที่ 4 แบบคูณ 4 หาร 7 แล้วดูว่าอัตตะกับตะนุตกช่องไหน ทั้งหมดเป็นหลักการของโหราศาสตร์ไทยที่คำนวณซ้ำได้และอธิบายที่มาได้ ผลที่ได้ไม่ใช่คำตัดสินว่าชีวิตจะดีหรือร้าย แต่เป็นข้อมูลให้เรารู้จักจุดแข็งจุดอ่อน เลือกสนามที่เหมาะ และวางแผนชีวิตอย่างมีเหตุผล
แหล่งอ้างอิง
- เช็ควาสนาตัวเอง ด้วยเลข ๗ ตัวเชียงแสน | อาจารย์เซิน (YouTube)
- คอร์สเลข ๗ ตัว เชียงแสน และเอกสารประกอบการเรียน | Horo Academy
- อาลัย เศก ดุสิต ศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างอินทรีแดง | กรุงเทพธุรกิจ
- ตำราเลข 7 ตัว (หนังสือสมุดไทยขาว หมวดโหราศาสตร์) | ห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติ
- เชย บัวก้านทอง. ตำราเลข ๗ ตัวแบบเชียงแสน.
แชร์:


